รู้ไว้..ไม่เสียหาย โรคอ้วนเกิดได้อย่างไรและมีสาเหตุจากอะไร ?

Spread the love

รู้ไว้..ไม่เสียหาย โรคอ้วนเกิดได้อย่างไรและมีสาเหตุจากอะไร ?

ด้วยลักษณะของสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันโรคอ้วนเริ่มเป็นปัญหาสุขภาพในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก คนส่วนใหญ่ในแต่ละวันหากไม่นับเวลานอน คนไทยใช้เวลาในการทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ขณะที่การใช้กิจกรรมทางกายและการออกกำลังกาย มีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับพลังงานจากการบริโภคอาหาร และ เครื่องดื่ม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการนอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ดังนี้

-กรรมพันธุ์
พบว่าหากพ่อและแม่อ้วนทั้งสองคน ลูกมีโอกาสอ้วนถึงร้อยละ 80 ส่วนพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอ้วน ลูกมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 40 แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่ผอม ลูกจะมีโอกาสอ้วนเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น รวมไปถึงฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันมีโอกาสที่อ้วนมากกว่าฝาแฝดที่เกิดจากไข่คนละใบ

-พฤติกรรมการบริโภคอาหาร
ขนมขบเคี้ยวเครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป ที่มีปริมาณไขมันโซเดียม น้ำตาลเป็นส่วนประกอบ โดยอาหารเหล่านี้มักมีรสชาติ หวาน มัน เค็ม และให้พลังงานที่สูงกว่าอาหารปรุงเอง มีการบริโภคผัก ผลไม้น้อยลง รวมไปถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และการดำเนินชีวิตที่มีความสบายมีเครื่องอำนวยความสะดวก

-ความผิดปกติของสมองส่วนไฮโพทาลามัส
สมองส่วนไฮโพทาลามัสเป็นสมองที่มีหน้าที่ควบคุมความรู้สึกอยากอาหาร ที่เกิดตามความต้องการของร่างกาย เมื่อเกิดความผิดปกติ ทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “กินจุ” หรือ “บูลิเมีย” (bulemea) ซึ่งศูนย์ควบคุมความรู้สึกอยากอาหารจะมีความผิดปกติขึ้นได้ เนื่องจากความเคยชินในการบริโภคอาหารจำนวนมาก จึงเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ต่อการกระตุ้นของร่างกายที่เกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ หรือเกิดจากความตั้งใจหรือบังคับจากสมองส่วนนอก เช่น เด็ก ที่ถูกมารดาบ่นในเรื่องการบริโภคอาหารไม่หมด จึงเป็นเหตุให้เด็กหลีกเลี่ยงการถูกมารดาบ่นด้วยการบริโภคอาหารจนอิ่ม และเกิดเป็นความเคยชิน

-ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
โรคอ้วนที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ทำให้การผลิตฮอร์โมนบางชนิดผิดปกติ เช่น Cushing’s Syndrome โดยสาเหตุของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของ สเตียรอยด์ฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้อ้วนบริเวณใบหน้า ลำตัว ต้นคอด้านหลัง แต่แขนจะเล็ก และไม่มีแรง การรักษาจะต้องรักษาที่ต้นเหตุ คือ ต้องรักษาฮอร์โมนที่มีความผิดปกติจึงสามารถรักษาโรคอ้วนชนิดนี้ได้

ลักษณะของโรคอ้วนที่จำแนกตามลักษณะรูปร่างออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้

-แบบ A  อ้วนแบบลูกแอปเปิ้ล (Apple-shape obesity) หรือ อ้วนลงพุง (Central obesity)
คือ คนอ้วนที่มีรอบเอว ใหญ่กว่า รอบสะโพก เกิดจากไขมันสะสมในช่องท้อง และ อวัยวะภายใน ซึ่งไขมันที่อยู่ในอวัยวะภายในนี้ จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน ต่างๆ เช่น เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจตีบ โรคความดันโลหิตสูง

-แบบ B  อ้วนแบบลูกแพร์ (Pear-shape obesity) หรือ อ้วนชนิดสะโพกใหญ่
ส่วนใหญ่พบในเพศหญิง โดยจะมีไขมันสะสมอยู่มาก บริเวณสะโพก และน่อง อ้วนลักษณะนี้ยากต่อการลดน้ำหนัก แต่โอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆน้อยกว่า ชนิดแรก

-แบบ C  อ้วนทั้งตัว (Generalized obesity)
คนอ้วนที่ไขมันทั้งตัว มากกว่าปกติ กระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย มีทั้งลงพุง และ สะโพกใหญ่ รวมถึงมีโรคแทรกซ้อนทุกอย่างดังกล่าว โรคที่เกิดจากน้ำหนักตัวมากโดยตรง เช่น โรคทางไขข้อ ปวดข้อ ข้อเสื่อม ปวดหลัง เหนื่อยง่าย หายใจลำบากเพราะไขมันสะสม ทำให้ระบบหายใจทำงานติดขัด

อันตรายจากโรคอ้วน ที่ไม่ควรมองข้ามอาจอันตรายถึงชีวิต !
การกินอาหารที่มีประโยชน์ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี หากได้รับปริมาณอาหารมากเกินความจำเป็น ก็จะเกิดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆ ทำให้คุณกลายเป็น “โรคอ้วน” เป็นปัจจัยเสี่ยงหรือเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ที่ส่งผลถึงสุขภาพ จนอาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้   ปัจจุบันคนอ้วนถือเป็นภาวะของการเป็น “โรค” เพราะความอ้วนส่งผลให้สุขภาพโดยรวมไม่แข็งแรง ส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงาน การใช้ชีวิต บางคนอ้วนมากจนช่วยเหลือตัวเองได้น้อย เคลื่อนตัวไปไหนมาไหนลำบาก หรือบางคนอ้วนมากจนขยับตัวไม่ได้เลย

ปัญหาสุขภาพจิต เมื่อประสบกับภาวะอ้วน อาจทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว เก็บตัว แยกตัว นำไปสู่ปัญหาด้านความสัมพันธ์ การเข้าสังคม การเรียน การทำงาน ทำให้ทำงานพลาดหรือไม่ประสบความสำเร็จ จนนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้าได้

โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจมาพร้อมกับโรคอ้วน บางโรคอาจจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจน ในขณะที่บางโรคก็อาจไม่แสดงอาการภายนอกแต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
• ไขมันพอกตับ
การรับประทานอาหารมากเกินไป เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันก่อตัวขึ้นในตับ เมื่อตับไม่ได้นำไขมันไปใช้หรือย่อยสลายอย่างที่ควรจะเป็นก็อาจเกิดการสะสมไขมันขึ้น โดยร้อยละ 20 ของคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีโรคไขมันพอกตับร่วมอยู่ด้วย
• ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วน มักมีไขมันสะสมในผนังลำคอมากขึ้น ผนังลำคอจึงหนาและมีลักษณะลำคอหดสั้นมากขึ้น ช่องลำคอจึงแคบลง ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และเสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้
• โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคอ้วนมักทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง เนื่องจากระดับของไขมันคอเลสเตอรอลและไขมันสะสมในร่างกายสูงกว่าปกติ ส่งผลให้หลอดเลือดหนาขึ้น หลอดเลือดแดงจึงตีบแคบ ทำให้เลือดไหลเวียนได้น้อย จนเกิดหลอดเลือดอุดตันในที่สุดและอาจพัฒนากลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
• กรดไหลย้อน
ในผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีความดันในช่องท้องและความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้น ทำให้กรดและอาหารที่กำลังย่อยในกระเพาะอาหารไหลทวนย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหาร เกิดเป็นโรคกรดไหลย้อนได้
• ภาวะไอจามปัสสาวะเล็ด
ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด เกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่คอยพยุงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน สามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะผิดปกติของร่างกายด้านต่าง ๆ รวมถึงโรคอ้วนด้วย เมื่อขาดตัวช่วยพยุงท่อปัสสาวะเมื่อเวลาไอหรือจาม ท่อปัสสาวะเปิดตัวทำให้ปัสสาวะเล็ดออกมา
• ประจำเดือนผิดปกติ
ในสตรีที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ปกติและมีภาวะอ้วนอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดประจำเดือนไปได้คราวละหลาย ๆ เดือน เนื่องจากในคนอ้วนผิวหนังสามารถเปลี่ยนเซลล์ไขมันไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน FSH และฮอร์โมน LH ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
• โรคเบาหวาน
น้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือความอ้วนเป็นปัจจัยหนึ่งของความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน เนื่องจากในผู้ป่วยโรคอ้วน อินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนอาจออกฤทธิ์ไม่ดี และส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เนื้อเยื่อตอนปลายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง เบตาเซลล์ไม่ทำงาน ไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญ (Metabolic syndrome)
• โรคข้อเสื่อม
ในการเดินของคนอ้วนแต่ละก้าวจะเกิดเเรงกดกระแทกที่ข้อเข่ามากกว่าคนไม่อ้วน อีกทั้งข้อเข่าที่มีเนื้อเยื่อไขมันมาก ๆ จะล้นไปกดเเละทำลายผิวกระดูกอ่อนที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นการเร่งให้เกิดโรคข้อเสื่อมเร็วขึ้น

นอกจากนี้ยังมีโรคและภาวะอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย โดยโรคเหล่านี้อาการมักจะทุเลา หรืออาจดีขึ้นเมื่อมีน้ำหนักตัวลดลง ดังนั้นควรดูแลใส่ใจในเรื่องของโภชนาการ เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักให้คงที่สม่ำเสมอ พร้อมการออกกำลังกายเป็นประจำ หากทำทุกวิธีการที่แนะนำมานี้แล้วยังไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อร่วมหาแนวทางและวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งการผ่าตัดกระเพาะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

 

ติดตามเราผ่าน Social Media

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close