พรรคตะวันใหม่ชนะการเลือกตั้ง อ.ศ.ม.ร. มุ่งพัฒนาม.รามฯ ตามนโยบายที่ตั้งไว้

Spread the love
นายจิราวัฒน์ ดำศรี ผู้ชนะการเลือกตั้ง อ.ศ.ม.ร.

พรรคตะวันใหม่ชนะการเลือกตั้งคณะกรรมการองค์การนักศึกษา (อ....) ว่าที่นายกองค์การพรรคตะวันใหม่กล่าวว่าจะมุ่งพัฒนามหาวิทยาลัยตามนโยบายที่ได้ตั้งไว้ ทั้งนี้ยังขอบคุณเพื่อนๆ นักศึกษาที่ไว้ใจเลือกให้พรรคตะวันใหม่เข้ามาทำงานเพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหง 

ในที่สุดก็ผ่านช่วงหาเสียงอันเข้มข้นของพรรคสานแสงทองและพรรคตะวันใหม่จนมาถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นวันที่นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกชั้นปี ถือบัตรนักศึกษาออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหงจัดการเลือกตั้ง อ.ศ.ม.ร. ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากการหาเสียงอย่างเข้มข้น ของทั้ง 2 พรรคตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในเวลา 08:30 น. ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่จัดการเลือกตั้งมีนักศึกษามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งค่อนข้างน้อยในปีนี้ จากการสัมภาษณ์นักศึกษาที่มาเลือกตั้งหลาย คนได้ทราบถึงสิ่งที่นักศึกษาอยากให้พรรคพัฒนามหาวิทยาลัยในเรื่องกิจกรรมนักศึกษา และกีฬา ทั้งยังได้ฝากความคิดเห็นถึงพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ว่าอยากให้บริหารงานด้วยความโปร่งใสและสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการทำงาน

 

โดยผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19:00 . ปรากฏว่า เบอร์ 1 พรรคสานแสงทอง ได้คะแนนไป 1,532 คะแนน เบอร์ 2 พรรคตะวันใหม่ได้คะแนนไป 1,943 คะแนน ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งพรรคตะวันใหม่ชนะการเลือกตั้งทิ้งห่างพรรคสานแสงทองไป 411 คะแนน ในส่วนของผลคะแนนสมาชิกสภานักศึกษา ประเภทระบุพรรค 32 ที่นั่ง พรรคสานแสงทองได้ไป 13 ที่นั่ง พรรคตะวันใหม่ได้ไป 19 ที่นั่ง ประเภทระบุตัวบุคคล 32 ที่นั่ง พรรคสานแสงทองได้ไป 1 ที่นั่ง พรรคตะวันใหม่ได้ไป 31 ที่นั่ง บัตรเสีย/หย่อนผิดหีบ 143 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 102 ใบ รวมผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงทั้งสิ้น 3,720 คน ปีนี้มีนักศึกษามาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 1,300 คน 

จากบรรยากาศวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 63 ตั้งแต่เวลา 08:30 น. ที่ผ่านมาสถานที่จัดการเลือกตั้งค่อนข้างครึกครื้นจนมาถึงเวลา 16:00 น. ได้ปิดคูหาเลือกตั้งและเริ่มนับคะแนน มีนักศึกที่อยู่พรรคสานแสงทองและพรรคตะวันใหม่ ต่างมายืนลุ้นคะแนนเสียงจนเวลา 18:00 น. ผลคะแนนออกอย่างไม่เป็นทางการ คะแนนคณะกรรมการองค์การนักศึกษาเบอร์ 2 พรรคตะวันใหม่ได้คะแนนจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ไป 477 คะแนน ชั้นปีที่ 2 ได้ไป 486 คะแนน  ชั้นปีที่ 3 ได้ไป 297 คะแนน ชั้นปีที่ 4 ขึ้นไปได้ 683 คะแนน รวมทั้งสิ้นหมายเลข 2 พรรคตะวันใหม่ได้คะแนนเสียงทั้งหมด 1,943 คะแนน เฉือนชนะ เบอร์ 1 พรรคสานแสงทองที่ได้คะแนนจากนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ไป 407 คะแนน ชั้นปีที่ 2 ได้ไป 363 คะแนน ชั้นปีที่ 3 ได้ไป 210 คะแนน ชั้นปีที่ 4 ขึ้นไปได้ 552 คะแนน ได้คะแนนรวมทั้งสิ้น 1,532 คะแนนเสียง

นายจิราวัฒน์ ดำศรี ได้กล่าวขอบคุณเพื่อนๆนักศึกษาที่ไว้ใจเลือกตนมาพัฒนามหาวิทยาลัย แล้วได้พูดถึงการ เตรียมความพร้อมในการทำงานว่าพร้อมทำงานทุกเมื่อเนื่องจากได้มีการเตรียมตัวไว้ตั้งแต่แรกแล้วและเมื่อได้รับมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็พร้อมเริ่มงานทันที ว่าที่นายกองค์การยังกล่าวอีกว่านโยบายที่จะเริ่มทำเป็นเรื่องแรกคือ ขยายเวลาห้องน้ำเนื่องจากเป็นปัญหาเร่งด่วนที่นักศึกษาเรียกร้องกันมามาก

“ที่ต้องเร่งทำนโยบายนี้ก่อนเพราะเป็นความเดือดร้อนของนักศึกษาที่มีมานานแล้วและเป็นปัญหารอการแก้ไขอยู่ จากที่พรรคเคยทำบอร์ดแสดงความคิดเห็นให้นักศึกษาได้มาแสดงความคิดเห็นกันนั้นเราทำมาตั้งแต่ปี61 จะเห็นได้ว่ากลุ่มที่มาแสดงความคิดเห็นอยากให้เราแก้ไขเยอะที่สุดจะเป็นกลุ่มนักศึกษาที่อ่านหนังสือตอนกลางคืน ห้องน้ำปกติจะปิดเวลา 20:00 – 20:30 น. แต่ห้องอ่านหนังสือจะปิดช่วงเวลา 22:00 น. นักศึกษาที่มาอ่านหนังสือจึงไม่มีห้องน้ำใช้ จากที่เคยไปถามนักศึกษาทั้งชายและหญิงมานั้น ผู้ชายก็จะง่ายๆที่ไหนก็ได้แต่ผู้หญิงจากที่ถามมาเขาต้องขี่รถกลับไปที่หอพักเพื่อไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาใหม่ และเคยมีนักศึกษาไปเข้าห้องน้ำข้างๆที่ทำการของพรรคที่มันไม่สามารรถใช้ได้แล้วก็มี ดังนั้นปัญหานี้จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ทางพรรคจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาก่อน หากขยายเวลาไม่ได้ถึงเที่ยงคืนอย่างน้อยก็จะให้เท่ากับเวลาที่ห้องอ่านหนังสือเปิดอยู่” นายจิราวัฒน์กล่าว

ในที่นี้ สส.ระบุบุคคล ก็คือ สส.ระบบแบ่งเขต

          สส.ระบุพรรค  ก็คือ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ

มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบของประเทศเยอรมนีคือ การเลือกตั้งแบบ ระบบดองต์ หรือการเลือกตั้งแบบผสม

สารานุกรมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ของสถาบันพระปกเกล้า ได้เขียนถึงระบบการเลือกตั้งระบบแบบผสมไว้ว่า เยอรมนีตะวันตกเป็นประเทศแรกที่ใช้ในระบบการเลือกตั้งแบบผสม โดยเป็นการกำหนดให้ใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเสียงข้างมากรอบเดียวกับระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนตามระบบดองต์ อย่างละจำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ผู้ออกเสียงลงคะแนนหนึ่งคนจะมีสิทธิเลือกตัวแทนทั้งสองระบบ วัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อมิให้มีพรรคการเมืองขนาดเล็กมากเกินไป โดยกฎหมายการเลือกตั้ง ค.ศ. 1956 กำหนดให้พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตามระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วน ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนผู้ออกเสียงลงคะแนนที่เป็นบัตรดีทั้งหมด เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาล ผลกระทบที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเป็นกลไกลสำคัญในการรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ติดตามเราผ่าน Social Media

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close